/
ช่วยให้ผู้คน ค้นหาเว็บไซต์ ของคุณ ได้มากขึ้น

ช่วยให้ผู้คน ค้นหาเว็บไซต์ ของคุณ ได้มากขึ้น

ถ้าคุณระบุตำแหน่งชัดเจน Google ก็จะพาคนที่อยู่ใกล้ ๆ มาหาคุณได้ง่ายขึ้นนั่นเอง

ถ้าคุณกำลังคิดเรื่องคีย์เวิร์ด ลองรู้ไว้เลยว่ามีเรื่องหนึ่งที่หลายคนไม่ทันคิด

เวลาคนค้นหาธุรกิจ เขามัก “ใส่สถานที่” เข้าไปด้วยเสมอ

ลองนึกถึงพฤติกรรมตัวเองดู
คุณไม่ได้พิมพ์แค่ “พิซซ่า”
แต่จะพิมพ์ว่า

“พิซซ่าใกล้ฉัน”
“พิซซ่าเชียงใหม่”
หรือ “พิซซ่าอร่อยในเชียงใหม่”

เพราะคนไม่ได้หาแค่ “อะไร” แต่หา “ที่ไหน” ด้วย

ข่าวดีคืออะไร?
สำหรับธุรกิจท้องถิ่น นี่คือข้อได้เปรียบเลย ?

คุณไม่ต้องแข่งกับทั้งโลก
คุณแข่งแค่กับร้านหรือธุรกิจในพื้นที่เดียวกันเท่านั้น

และถ้าเว็บไซต์ของคุณบอกชัดเจนว่า

คุณอยู่ที่ไหน
ให้บริการแถวไหน

Google ก็จะจับคู่คุณกับคนที่กำลังหา “ของแบบคุณ ในพื้นที่นั้นพอดี”

สรุปง่าย ๆ:
ยิ่งคุณบอกตำแหน่งชัด → คนยิ่งหาเจอคุณง่ายขึ้น ?

ควรใส่ตำแหน่งที่ตั้งไว้ตรงไหนในเว็บไซต์

หัวใจสำคัญคือ “ใส่ตำแหน่งให้ถูกจุด” ไม่ใช่ใส่ให้เยอะ ?
คุณไม่ต้องยัดชื่อสถานที่ลงไปทุกประโยค แค่ให้มันอยู่ในจุดที่คน (และ Google) คาดว่าจะเจอแบบเป็นธรรมชาติก็พอ

จุดสำคัญที่ควรมีตำแหน่ง

หน้าแรก (สำคัญที่สุด)
ถ้าธุรกิจของคุณมีหน้าร้าน หรือให้บริการในพื้นที่เฉพาะ ควรใส่ตำแหน่งไว้ในหัวข้อเลย เช่น
“ร้านเบเกอรี่โฮมเมดในเชียงใหม่”
แค่นี้คนก็รู้ทันทีว่าใช่สิ่งที่เขากำลังหาไหม

ในเนื้อหาก็แทรกได้แบบเนียน ๆ เช่น

* “ให้บริการในพื้นที่เชียงใหม่”
* “ตั้งอยู่ใจกลางนิมมานฯ”

ไม่ต้องฝืน แค่ให้มันดูเป็นธรรมชาติ

หน้าติดต่อเรา (สำคัญอันดับสอง)
นี่คือหน้าที่คนเข้ามาเมื่อ “พร้อมจะติดต่อแล้ว”
ควรมีข้อมูลครบ ๆ เช่น

* ที่อยู่เต็ม
* เบอร์โทร
* เวลาทำการ

ยิ่งชัด คนยิ่งตัดสินใจง่าย

หน้าตำแหน่งที่ตั้ง (ถ้ามีจะดีมาก)
เหมาะมากถ้า

* คุณมีหลายสาขา
* หรือร้านคุณหายากนิดนึง

ควรใส่เพิ่ม เช่น

* แผนที่ Google Maps
* รูปสถานที่ใกล้เคียง
* วิธีเดินทางแบบเข้าใจง่าย

ลองคิดเหมือนลูกค้าที่ไม่เคยมา
“ทำยังไงให้เขามาถึงได้แบบไม่หลง?”

สรุปสั้น ๆ
ใส่ตำแหน่งให้ “ถูกที่” ดีกว่าใส่ “ทุกที่”
ชัด ตรงจุด เป็นธรรมชาติ = ได้ทั้งคนอ่าน และ Google ?

เคล็ดลับสำหรับการแสดงที่ตั้งของคุณ

ยิ่งระบุ “ตำแหน่งให้ชัด” เท่าไหร่ ยิ่งดี

ถ้าอยู่เมืองใหญ่ ลองระบุให้ลึกลงไปอีก เช่น “ทองหล่อ” หรือ “ลาดพร้าว” จะชัดกว่าคำว่า “กรุงเทพฯ” เฉย ๆ มาก

ถ้าอยู่เมืองเล็กหรือพื้นที่ห่างไกล
ให้เพิ่มชื่อเมืองใหญ่ใกล้ ๆ ที่คนรู้จัก เช่น
“ใกล้เชียงใหม่” หรือ “โซนภาคเหนือ”เพื่อให้คนหาเจอง่ายขึ้น

คิดแบบลูกค้าเข้าไว้
ลองถามตัวเองว่า “ลูกค้าจะพิมพ์ค้นหาว่ายังไง?”

ถ้าคนส่วนใหญ่ค้นหา “ช่างไฟฟ้า นนทบุรี” คุณก็ควรมีคำว่า “นนทบุรี” อยู่ในเว็บของคุณด้วย

แต่ระวังอย่างนึง อย่ายัดชื่อสถานที่ซ้ำ ๆ จนดูไม่ธรรมชาติ แค่ใส่ให้พอดี อ่านลื่น เข้าใจง่ายก็พอ

ใช้คำที่ “ลูกค้าใช้จริง” และใส่แบบเนียน ๆเขียนให้คนอ่านก่อน แล้ว Google จะเข้าใจเอง

เพิ่มตัวตนในโลกออนไลน์ของคุณด้วยการเพิ่มสถานที่ตั้ง

เว็บไซต์เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่ช่วยให้ผู้คนค้นพบธุรกิจท้องถิ่น การค้นหาจำนวนมากเกิดขึ้นโดยตรงบน Google Maps โดยเฉพาะบนโทรศัพท์มือถือ

การสร้าง Google Business Profile จะช่วยปักหมุดธุรกิจของคุณลงบนแผนที่อย่างแท้จริง เมื่อมีคนค้นหาสิ่งที่คุณนำเสนอในพื้นที่ของคุณ ธุรกิจของคุณจะปรากฏขึ้นพร้อมที่อยู่ เวลาทำการ รูปภาพ และรีวิว ซึ่งบริการนี้ฟรีและคุ้มค่าที่จะทำ

ไปที่ business.google.com เพื่อตั้งค่าโปรไฟล์ของคุณ

หากมีบริการแผนที่อื่นที่เป็นที่นิยมมากกว่าในประเทศของคุณ ให้สร้างข้อมูลธุรกิจที่นั่นแทน นอกจากนี้ สารบัญธุรกิจท้องถิ่นที่เฉพาะเจาะจงสำหรับอุตสาหกรรมหรือภูมิภาคของคุณก็สามารถช่วยได้เช่นกัน

ขั้นตอนหนึ่งที่ควรทำในวันนี้

ลองเช็กดูชื่อหัวข้อหน้าแรกของคุณสักนิด

ถ้ามีคนเห็นแค่หัวข้อนี้บน Google
เขาจะรู้ไหมว่า “คุณอยู่ที่ไหน?”

ถ้ายังไม่รู้… นั่นคือโอกาสที่คุณกำลังพลาดอยู่

แค่ปรับเล็กน้อย เช่น
จาก: “ร้านกาแฟโฮมเมด”
เป็น: “ร้านกาแฟโฮมเมด เชียงใหม่”

หรือเพิ่มชื่อย่านเข้าไปอีกนิด ก็ช่วยให้ชัดขึ้นทันที

การเปลี่ยนเล็ก ๆ แบบนี้
อาจทำให้ “คนที่กำลังหาแบบคุณอยู่พอดี” เจอคุณง่ายขึ้นแบบเห็นผลเลย